หมวดแผ่นดินไหว - 2. 「ในเวลาเช่นนั้นควรปฏิบัติตัวอย่างไร?」 | คู่มือการจัดการภาวะวิกฤติสำหรับชาวต่างชาติ | JPSS เว็บไซต์ข้อมูลการศึกษาต่อ

> > > > 「ในเวลาเช่นนั้นควรปฏิบัติตัวอย่างไร?」

คู่มือการจัดการภาวะวิกฤติสำหรับชาวต่างชาติ

ธุรกิจเป้าหมาย「สนับสนุนกิจการที่ช่วยเหลือชาวต่างชาติซึ่งพำนักในเมืองโตเกียว」


บัณฑิตวิทยาลัย

International University of Japan
Kansai University
Rikkyo University
Sophia University
Meiji University
Okinawa Institute of Science and Technology Graduate University (OIST)
Tokyo City University
Hosei University

มหาวิทยาลัย

Kansai University
Kobe Gakuin University
Tokyo University of Social Welfare
Daito Bunka University
Meiji Gakuin University
Osaka University
Sophia University
Tokyo International University
Kanagawa University
Yokohama National University
Teikyo University
Showa Women's University
Temple University, Japan Campus
Chuo University
Rikkyo University
Osaka University of Tourism
Hokkaido University
Fukui University of Technology
Musashino Art University

「ในเวลาเช่นนั้นควรปฏิบัติตัวอย่างไร?」

ว่ากันว่าสาเหตุหลักของการเสียชีวิตเมื่อเกิดแผ่นดินไหวคือการโดนซากปรักหักพังของอาคารร่วงหล่นทับและการถูกไฟครอกจากเพลิงที่ลุกไหม้ จากเหตุการณ์แผ่นดินไหวครั้งใหญ่ที่ฮันชินอาวาจิ (Great Hanshin Awaji Earthquake) เมื่อเดือนมกราคมปี 1995 พบว่าในจำนวนของผู้ที่ถูกไฟครอกจนเสียชีวิตนั้นมีจำนวนไม่น้อยที่โดนซากปรักหักพังของอาคารหล่นทับร่างกายจนขยับตัวไม่ได้และต้องถูกไฟครอกตายในที่สุด

เช่นนั้นแล้ว หากเกิดแผ่นดินไหวขึ้น มี 3 เรื่องที่ต้องระลึกถึงเสมอในเวลานั้นคือ

  • (1)รักษาตัวเองให้รอดปลอดภัย
  • (2)เตรียมป้องกันและรับมือกับเพลิงไหม้
  • (3)พยายามดูทางหนีทีไล่

ทันทีที่รู้สึกได้ถึงการสั่นสะเทือน หากสามารถคิดและเตรียมสิ่งเหล่านี้ได้ยิ่งเร็วเท่าไหร่ก็อาจพูดได้ว่าเราจะสามารถช่วยเหลือชีวิตตนเองให้รอดพ้นได้เท่านั้น

แล้วทุกท่านสามารถจินตนาการได้หรือไม่ว่าการสั่นสะเทือนจากแผ่นดินไหวอย่างรุนแรงเป็นอย่างไร ในการสั่นสะเทือนด้วยความรุนแรงระดับ 7 นั้น ขอให้ลองจินตนาการถึงสภาพที่มนุษย์ไม่สามารถทำอะไรได้เลย (ขอให้ไปทดลองที่ศูนย์รับมือภัยพิบัติดูด้วย) ในสภาวะนั้นเราจะยืนไม่ได้ ร่างกายจะเขย่าไปมา โทรทัศน์ก็อาจจะลอยคว้างไปมาอยู่ในบ้าน หรือหน้าต่างที่ล็อกไว้ก็อาจจะหลุดร่วงลงมา ....

แม้จะบอกว่าเป็นสภาพที่เราไม่สามารถทำอะไรได้ ก็ไม่ได้หมายความว่าเราไม่จำเป็นต้องเตรียมพร้อมรับมืออะไร เพราะการมีหรือไม่มีการเตรียมพร้อม (ดังเช่นที่กล่าวไปแล้วก่อนหน้า) จะส่งผลให้เกิดของความตื่นตระหนกได้ต่างกันด้วย แม้ในช่วงที่เกิดการสั่นสะเทือนหนักๆเราจะไม่สามารถทำอะไรได้ แต่หลังจากผ่านช่วงเวลานั้นไปแล้วเราต้องรีบปรับเปลี่ยนสติให้กลับมาเข้มแข็งเพื่อเอาชีวิตรอดให้ได้

ดังนั้น สิ่งสำคัญที่พึงกระทำก็คือต้องฝึกจินตนาการว่าอะไรคือสิ่งที่ควรปฏิบัติเมื่อรู้สึกได้ถึงการสั่นสะเทือนรุนแรง รวมถึงเข้ารับการฝึกรับมือภัยพิบัติหรือการฝึกเสมือนจริง (simulation) ที่ศูนย์รับมือภัยพิบัติ เป็นต้น

ต่อมา จะดูถึงสิ่งที่ควรปฏิบัติเมื่อเกิดสถานการณ์แต่ละแบบขึ้น

กรณีอยู่ในห้อง

(1) ปกป้องร่างกายของตนเอง!

ช่วงการสั่นที่รุนแรงว่ากันว่าจะอยู่ที่ช่วง 1 นาทีแรก ขั้นแรกให้มุดเข้าไปใต้โต๊ะหรือใต้เก้าอี้ เก็บแขนขาให้มิดชิด ปกป้องร่างกายตนเองให้พ้นจากของหรือเครื่องเรือนที่อาจปลิวหล่นมาใส่

(2) ดับไฟ!

หากสามารถเคลื่อนที่ได้ ให้รีบไปปิดแก๊ส ปิดเตา หรือเตารีดให้เรียบร้อย

⇒สวมใส่สลิปเปอร์หรือรองเท้าให้เรียบร้อยเพื่อปกป้องเท้าเพราะในห้องอาจอยู่ในสภาพอันตรายอันเกิดจากถ้วยชามหรือกระจกหน้าต่างที่แตก
⇒หากมีไฟลุกติดในบริเวณใกล้เคียง ให้ดับไฟอย่างมีสติและใจเย็น

★ระวัง! ระหว่างที่เกิดการสั่นรุนแรงยังไม่ต้องฝืนพยายามที่จะดับไฟก็ได้ แต่ทั้งนี้ อาจเกิดอันตรายจากการที่เตาประกอบอาหารซึ่งยังมีไฟลุกติดอยู่ หรือกาต้มน้ำที่มีน้ำร้อนอยู่ด้านในมาโดนเข้ากับร่างกายเราได้

(3)เตรียมทางหนีทีไล่!

เปิดประตูหรือหน้าต่างเพื่อให้มีทางสำหรับหนีออกไปได้

★ระวัง! ห้ามรีบร้อนกระโจนออกไปด้านนอก! ด้านนอกอาจมีเศษกระจกแตกหรือป้ายต่างๆตกกระจายอยู่ซึ่งอันตรายมาก ถ้าเช่นนี้แล้วอาจเรียกได้ว่าภายในบ้านน่าจะเป็นสถานที่ที่ปลอดภัยกว่า ถ้าดูแล้วไม่มีแนวโน้มของการเกิดอาคารหรือบ้านพังถล่ม เพดานพังถล่ม หรือเพลิงไหม้ที่ไม่สามารถควบคุมได้ก็ยังไม่จำเป็นต้องรีบอพยพออกมาด้านนอก แต่ถ้าหากจำเป็นที่จะต้องอพยพออกมาให้ตรวจสอบสภาพภายนอกโดยรอบให้แน่ใจก่อนแล้วจึงออกมาอย่างระมัดระวัง

กรณีอยู่บนท้องถนน (นอกอาคาร)
  • 1. ปกป้องศีรษะตนเองด้วยกระเป๋าหรือเสื้อโค้ท
  • 2. ไม่เข้าใกล้พื้นที่ที่มีแนวโน้มจะเกิดการพังล้มหรือหักโค่นของอาคาร เครื่องขายของอัตโนมัติ กระจกหน้าต่าง ป้ายหรือเสาไฟ เป็นต้น
  • 3. พยายามเคลื่อนย้ายตัวเองให้ไปอยู่ในที่โล่งให้ได้มากที่สุด

⇒สิ่งสำคัญที่สุดคือการปกป้องศีรษะตนเองไม่ให้ของหล่นลงมาโดน

กรณีอยู่ถนนใต้ดิน
  • 1. ปกป้องศีรษะตนเองด้วยกระเป๋าหรือเสื้อโค้ท
  • 2. ไม่เข้าใกล้สิ่งของที่มีแนวโน้มจะหักโค่นลงมา เช่น โคมไฟ กระจกหน้าต่าง ป้ายโฆษณา เป็นต้น

⇒ใต้ดินนับว่าค่อนข้างปลอดภัยหากจะเทียบกันแล้วเพราะการสั่นสะเทือนน้อยกว่าบนดิน และแม้จะเกิดกรณีไฟดับขึ้นก็มีระบบไฟสำรองฉุกเฉินติดตั้งเตรียมไว้ นอกจากนี้ ที่ทุกๆ 60 เมตรก็ยังมีทางออกฉุกเฉินอยู่ด้วย หากเกิดเหตุขึ้นขอให้ปฏิบัติตามคำแนะนำของเจ้าพนักงานอย่างมีสติอย่าตื่นตกใจ

★ระวัง! ทันทีที่ไฟดับและพื้นที่มืดสนิทอาจทำให้เกิดความกลัวและความตื่นตระหนกได้ และในสถานการณ์ดังกล่าวคนอื่นๆรอบตัวอาจวิ่งมาชนและทำให้เสียหลักล้มต่อกันไปเรื่อยๆจนกลายเป็นภูเขามนุษย์ได้ ในเวลาเช่นนี้ขอให้รออย่างสงบ พยายามไม่ขยับเคลื่อนที่ไปไหน เพราะอีกสักครู่ไฟฉุกเฉินจะติดเอง

กรณีอยู่ในห้างร้านหรือในอาคาร
  • 1. ปกป้องศีรษะตนเองด้วยกระเป๋าหรือเสื้อโค้ท
  • 2. พยายามอยู่ให้ห่างจากกระจกตู้โชว์หรือกระจกหน้าต่าง รวมถึงสินค้าพวกเครื่องใช้ไฟฟ้าด้วย
  • 3. พยายามหาทางออกฉุกเฉิน หรือออกมาด้านนอกด้วยบันไดหนีไฟ

★ระวัง! ห้ามใช้ลิฟต์เด็ดขาด และในกรณีที่เกิดเพลิงไหม้ขึ้น ห้ามหนีขึ้นไปชั้นบนของอาคารเพราะควันไฟจะลอยขึ้นสู่ที่สูง

◎ไม่ว่าจะอยู่ในบ้านหรือด้านนอก เวลาเกิดเหตุขึ้นจะต้องรักษาตนเองจากของที่จะหล่นมาใส่ให้ได้ก่อน ซึ่งช่วง 1 นาทีแรกนั้นเป็นช่วงสำคัญที่เราจะต้องคิดว่าจะทำอย่างไรให้เรารอดจากเหตุการณ์นี้ให้ได้

PageTop

(1) ตรวจดูความปลอดภัยรอบตัว

หากพบผู้บาดเจ็บให้พยายามช่วยปฐมพยาบาลทันทีเท่าที่ทำได้ ขอให้คิดเสมอว่าแม้จะเรียกรถพยาบาลให้มารับแต่รถพยาบาลก็ไม่สามารถมาถึงได้ในทันที ดังนั้นจึงแนะนำให้ศึกษาเรื่องเทคนิควิธีการปฐมพยาบาลไว้ด้วย

(2) ตรวจสอบให้แน่ใจว่าไม่มีเพลิงไหม้ ถ้ามีก็ดับไฟอย่างมีสติ ไม่ตื่นตระหนก

(3) (ถ้าอยู่ในบ้าน) ให้ตุนน้ำไว้ในอ่างอาบน้ำด้วย

เป็นการตุนน้ำไว้สำหรับใช้ในการขับถ่าย ซึ่งในความเป็นจริงแล้วเรื่องนี้เป็นเรื่องที่สำคัญมาก! เพราะหากไม่ตุนน้ำและน้ำไม่ไหลขึ้นมาก็จะไม่มีน้ำในการใช้กำจัดของเสียจากร่างกาย และหากไม่สามารถกำจัดของเสียได้ของเสียที่ถูกปล่อยไว้ในห้องเราอย่างนั้นก็จะทำให้การใช้ชีวิตของเราลำบากมากยิ่งขึ้น ยิ่งในช่วงที่ดูแล้วน้ำประปาไหลอ่อนยิ่งต้องขอให้ตุนน้ำไว้ให้ได้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ (โดยปกติแล้วการขับถ่ายจะใช้น้ำประมาณ 2 ถังต่อครั้ง) หรือในช่วงเวลาปกติ อาจทำการกักน้ำไว้ในอ่างโดยไม่ต้องปล่อยน้ำทิ้งหลังจากอาบน้ำประจำวันเสร็จก็ได้

(4) รับข้อมูลจากสื่อโทรทัศน์และวิทยุ

(5) ถ้าบ้านหรืออาคารมีแนวโน้มว่าจะพังถล่มลงมาให้รีบอพยพออกมาด้านนอก

★ระวัง! กรณีที่จะอพยพจากบ้านออกมาด้านนอกให้สวมใส่รองเท้าที่แน่นหนาแข็งแรง อย่าลืมสับเบรกเกอร์ไฟและปิดวาล์วแก๊สให้เรียบร้อยเสียก่อน (เพราะหากเกิดกระแสไฟฟ้าติดๆดับๆหลายครั้ง กระแสไฟจะวิ่งเข้าไปหาพวกเครื่องใช้ฟ้าที่ถูกเปิดไว้อยู่และอาจเป็นต้นเหตุที่ทำให้เกิดการลัดวงจรและเกิดเพลิงไหม้ได้)

※ข้อ (1)~(5) ไม่จำเป็นต้องทำตามลำดับก็ได้ สามารถทำได้พร้อมๆกันหรือตามแต่สถานการณ์จะอำนวย

จะอพยพไปที่ไหนดี?

หากต้องอพยพออกไปด้านนอก ก่อนอื่นควรจะไปที่ไหนดี? แต่ละพื้นที่เขตจะมีการจัดเตรียมสถานที่อพยพชั่วคราว, ลานอพยพ, ศูนย์อพยพไว้อยู่แล้ว ก่อนอื่นขอให้อพยพไปที่สถานที่อพยพชั่วคราวที่แต่ละพื้นที่เขตได้เตรียมไว้

ก่อนอื่นให้ไปยัง 「สถานที่อพยพชั่วคราว」 ก่อน

ก่อนอื่นขอให้อพยพไปที่สถานที่อพยพชั่วคราวเพื่อคอยเฝ้าสังเกตสถานการณ์ภัยพิบัติให้แน่ใจ ซึ่งสถานที่อาจเป็นสวนสาธารณะหรือศาลเจ้าที่อยู่ใกล้เคียง โดยองค์กรหรือหน่วยงานท้องถิ่นจะเป็นผู้กำหนด

ถ้าสถานที่นั้นไม่ปลอดภัย ให้ไปยัง 「ลานอพยพ」

เป็นสถานที่อพยพซึ่งกำหนดโดยหน่วยการปกครองของแต่ละจังหวัดซึ่งใช้ในกรณีที่เกิดภัยพิบัติรุนแรง และหากภัยพิบัติสงบลงก็สามารถแยกย้ายกลับเข้าบ้านที่อยู่อาศัยของตนเองได้

สุดท้าย ให้ไปที่ 「ศูนย์อพยพ」

เป็นสถานที่ให้อยู่อาศัยไประยะหนึ่งหากบ้านที่อยู่อาศัยของตนเองพังถล่มหรือถูกเพลิงไหม้ ซึ่งมักกำหนดไว้ที่โรงเรียนของแต่ละเขต

จะขออธิบายโดยละเอียดเกี่ยวกับสถานที่อพยพและศูนย์อพยพอีกครั้ง ก่อนอื่นขอให้แต่ละคนมีการเตรียมตัวหาข้อมูลเกี่ยวกับสถานที่อพยพชั่วคราว, ลานอพยพ, และศูนย์อพยพในพื้นที่เขตที่ตนเองอยู่อาศัยให้เข้าใจดีเสียก่อนโดยอาจหาข้อมูลได้จากหน่วยประสานงานให้ข้อมูลหรือโฮมเพจของหมู่บ้าน ตำบล เมือง หรือจังหวัดที่ตนอยู่อาศัย

ในกรณีที่ต้องอพยพขอให้เตรียมข้าวของเครื่องใช้ที่จำเป็นไปให้ได้เพียงพอที่สุด แต่ในเวลาเกิดเหตฉุกเฉินขึ้นจริงมักไม่ค่อยจะมีเวลาเตรียมสักเท่าใด ดังนั้นในเรื่องถัดไป จะได้มีการอธิบายเกี่ยวกับสิ่งที่ควรเตรียมพร้อมในชีวิตประจำวันด้วย

PageTop

<< Back  |  Index Page  |  Next >>

【ค้นหาสถานศึกษาจากจังหวัดทั้งหมดในประเทศญี่ปุ่น】

[เลือกสถานศึกษาที่อยู่ในเขต ฮอกไกโด・โทโฮคุ]

| ฮอกไกโด | อาโอโมริ | อิวาเตะ | มิยากิ | อาคิตะ | ยามากาตะ | ฟุกุชิมา |

[เลือกสถานศึกษาที่อยู่ในเขต คันโต・โคชิเนทสึ]

| อิบารากิ | โทชิกิ | กุนมะ | ไซตามะ | ชิบะ | โตเกียว | คานากาวา | ยามานาชิ |
| นากาโนะ
| นิอิกาตะ |

[เลือกสถานศึกษาที่อยู่ในเขต โตไก・โฮคุริคุ]

| กิฟุ | ชิซุโอกะ | ไอจิ | มิเอะ | โทยามา | อิชิคาวา | ฟุคุอิ |

[เลือกสถานศึกษาที่อยู่ในเขต คิงกิ]

| ชิกะ | เกียวโต | โอซากา | เฮียวโกะ | นารา | วาคายามา |

[เลือกสถานศึกษาที่อยู่ในเขต ชูโกกุ・ชิโกกุ]

| ทตโตริ | ชิมาเนะ | โอคายามา | ฮิโรชิมา | ยามากุจิ | โทคุชิมา | คากาวา |
| เอฮิมา
| โคจิ |

[เลือกสถานศึกษาที่อยู่ในเขต คิวชู・โอกินาวา]

| ฟุกุโอกะ | ซากะ | นางาซากิ | คุมาโมโตะ | โออิตะ | มิยาซากิ |
| คาโกะชิมา
| โอกินาวา |

【เลือกสถานศึกษาจากสาขาวิชา】

[ค้นหาสถานศึกษาที่จะศึกษาในสาขาวิชาสายศิลปศาสตร์]

| อักษรศาสตร์ | ภาษาศาสตร์ | นิติศาสตร์ | เศรษฐศาสตร์・บริหาร・พาณิชยกรรมศาสตร์ | สังคมศาสตร์ |
| ความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ
|

[ค้นหาสถานศึกษาที่จะศึกษาในสาขาวิชาสายวิทยาศาสตร์]

| พยาบาล・สาธารณสุขศาสตร์ | แพทยศาสตร์・ทันตแพทยศาสตร์ | เภสัชศาสตร์ | วิทยาศาสตร์ |
| วิศวกรรมศาสตร์
| เกษตรศาสตร์・การประมง |

[ค้นหาสถานศึกษาที่จะศึกษาในสาขาวิชาสายมนุษยศาสตร์และวิทยาศาสตร์]

| ครุศาสตร์・ศึกษาศาสตร์ | วิทยาศาสตร์ชีวภาพ | ศิลปกรรม | วิทยาศาสตร์บูรณาการ |

【เลือกภาษา】

| 日本語 | English | 中文(简体字) | 中文(繁體字) | 한국어 | Tiếng Việt | Bahasa Indonesia |

ผู้ดูแลเว็บไซต์
เว็บไซต์นี้เป็นเวบที่ดูแลร่วมกันของThe Asian Students Cultural Association&Benesse Corporation
แผนกสนับสนุนการศึกษานานาชาติ The Asian Students Cultural Association 2-12-13 Hon-Komagome,Bunkyo-Ku, Tokyo 〒113-8462

Copyright(C) 1999-2016 The Asian Students Cultural Association & Benesse Corporation. All Right Reserved.

ติดต่อสอบถาม