หมวดการรักษาพยาบาล - 7. 「ป้องกันไม่ให้ติดหวัด」 | คู่มือการจัดการภาวะวิกฤติสำหรับชาวต่างชาติ | JPSS เว็บไซต์ข้อมูลการศึกษาต่อ

หมวดการรักษาพยาบาล - 7. 「ป้องกันไม่ให้ติดหวัด」 | คู่มือการจัดการภาวะวิกฤติส...

facebooktwitter

> > > > 「ป้องกันไม่ให้ติดหวัด」

คู่มือการจัดการภาวะวิกฤติสำหรับชาวต่างชาติ


มหาวิทยาลัย

Kansai University
Kobe Gakuin University
Fukui University of Technology
Tokyo International University
Osaka University
Teikyo University
Temple University, Japan Campus
Rikkyo University
Yokohama National University
Sophia University
Hosei University
Meiji Gakuin University
Chuo University
Daito Bunka University

บัณฑิตวิทยาลัย

Tokyo City University
Meiji University
Kansai University
International University of Japan
Niigata University of Health and Welfare
Okinawa Institute of Science and Technology Graduate University (OIST)
Sophia University
Hosei University
Rikkyo University

「ป้องกันไม่ให้ติดหวัด」

ญี่ปุ่นเป็นประเทศที่มี 4 ฤดู เดือนธันวาคม มกราคม กุมภาพันธ์จะเป็นหน้าหนาว ซึ่งเป็นช่วงที่มีความหนาวเย็นมากที่สุดในรอบปี นักเรียนที่มาจากประเทศเขตร้อนน่าจะตื่นเต้นสนุกสนานเมื่อเห็นหิมะตกลงมา แต่บางพื้นที่อากาศก็หนาวเย็นจนติดลบ 10 องศา หรือ 20 องศาบ้างก็มี ซึ่งอุณหภูมิจะค่อยๆลดลงจนแทบคิดไม่ถึงเลยว่าหน้าร้อนจะมีอุณหภูมิกว่า 35 องศา หากเป็นคนที่ไม่คุ้นเคยกับอากาศหนาวก็มักจะไม่ค่อยมีเสื้อผ้าหรือมาตรการเตรียมรับมือกับความหนาวเย็นนักซึ่งนั่นมีผลทำให้ร่างกายอ่อนแอเกิดความเจ็บป่วยขึ้น

ถ้าเช่นนั้นมาดูมาตรการรับมือกับความหนาวเย็นกันเถอะ

กรณีที่เป็นนักเรียนต่างชาติคงไม่คุ้นเคยกับอากาศหนาวเย็นนัก เคยเห็นบางคนก็ไม่มีเสื้อโค้ทหนาๆไว้สวมใส่ หรือไม่รู้เวลาที่ควรจะต้องเปลี่ยนชุด หรือบางทีก็ใส่เสื้อผ้าบางๆออกมาท่ามกลางอากาศหนาวเย็น อาจจะคิดว่าอากาศหนาวแค่นี้ไม่เป็นไรหรอก แต่ร่างกายก็รับเชื้อหวัดเข้าไปเสียแล้ว ตอนที่เรารู้สึกว่า 「หนาวเหมือนกันนะ」 นั่นคือสัญลักษณ์ที่บ่งบอกว่าร่างกายเรากำลังอ่อนแอลง ดังนั้นจึงควรต้องมีมาตรการรับมือความหนาวและไม่มองข้ามมันไป

1. อุณหภูมิและความชื้นของห้อง

ถ้ารู้สึกหนาวและเปิดเครื่องทำความร้อนในห้องแต่เปิดอุณหภูมิสูงจนเกินไปร่างกายก็จะต่อต้านและทำให้เจ็บป่วยได้เช่นกัน และเมื่อมองในแง่ของสิ่งแวดล้อมและความสิ้นเปลืองแล้วอุณหภูมิของเครื่องทำความร้อนควรทำการตั้งไว้ที่ประมาณ 20~22 องศา นอกจากนี้ในฤดูหนาวอากาศก็จะแห้งซึ่งไวรัสหวัดนั้นชอบอยู่ในอากาศแห้งๆ ดังนั้นควรให้ในห้องมีความชื้นอยู่ที่50~60% โดยอาจใช้เครื่องควบคุมความชื้น (humiditizer) หรือใช้ผ้าขนหนูชุบน้ำวางในห้องก็ได้

2. ถุงเท้ากับผ้าพันคอ

ถ้าทำให้เท้าและคออุ่นก็จะช่วยบรรเทาความหนาวเย็นลงได้มาก ดังนั้นขอให้สวมใส่ถุงเท้าแม้แต่เวลาอยู่ในห้อง และหากยังรู้สึกหนาวอีกก็ขอให้พันผ้าพันคอเพิ่มด้วย

3. การล้างมือและกลั้วคอ

เมื่อกลับมาจากข้างนอกขอให้ล้างมือด้วยสบู่และกลั้วคอทุกครั้ง ถ้ารู้สึกเจ็บคออาจใช้น้ำยากลั้วคอเพื่อลดอาการเจ็บคอลงก็ได้

4. อย่าปล่อยให้ตัวเย็นหลังอาบน้ำ

หลังอาบน้ำเสร็จ ร่างกายจะใช้ความร้อนในการทำให้หยดน้ำที่เกาะตามร่างกายแห้งลง ซึ่งนั่นจะทำให้ร่างกายเราเย็นขึ้นและเกิดความหนาวเย็นหลังอาบน้ำ ดังนั้นหลังอาบน้ำเสร็จขอให้หาผ้ามาพันร่างกายทันทีเพื่อรักษาอุณหภูมิร่างกายไว้ รวมถึงไม่ใส่เสื้อผ้าที่บางเบาแต่ต้องใส่เสื้อผ้าให้อบอุ่นเข้าไว้

นอกจากนั้นยังควรหลีกเลี่ยงการกินของเย็น สวมใส่หน้ากากอนามัยเวลาเข้าไปในที่ชุมนุมชน ออกกำลังอย่างเหมาะสมเพื่อเพิ่มความแข็งแรงให้ร่างกายด้วย ถ้าหากรู้สึกตัวว่าเริ่มเป็นหวัดขอให้ไปโรงพยาบาลทันที ถ้ามัวแต่บอกว่าเสียดายเงินแล้วปล่อยทิ้งไว้จะยิ่งแย่และทำให้ค่ารักษาพยาบาลจะยิ่งสูงขึ้นกว่าเดิม

PageTop

โรคที่มักระบาดในหน้าหนาวอีกโรคก็คือ 「ไข้หวัดใหญ่」 ไข้หวัดใหญ่สามารถถ่ายทอดจากสัตว์มาสู่คน และจากคนสู่คนได้ หากติดแล้วจะมีไข้สูงมากกว่า 38 องศา มีอาการปวดศีรษะ เมื่อยเนื้อตัว เจ็บคอ มีน้ำมูกไหล บางรายที่เป็นหนักอาจถึงแก่ชีวิตได้ เชื้อไวรัสไข้หวัดใหญ่ก็ชอบสภาพที่ความชื้นต่ำเช่นกัน ฉะนั้นในหน้าหนาวที่อากาศแห้งไข้หวัดใหญ่จึงมักเกิดการระบาดได้ง่าย

PageTop

ไวรัสไข้หวัดใหญ่ติดต่อกันได้ผ่านทางอากาศ (ไอหรือจาม) รวมถึงการสัมผัส (เอามือที่สัมผัสกับเชื้อไวรัสมาแตะปากหรือจมูก) ดังนั้นการจะป้องกันได้ก็คือล้างมือและกลั้วคอให้ดี นอกจากนี้ยังต้องดูแลเอาใจใส่สุขภาพตนเองโดยการกินอาหารที่มีประโยชน์และพักผ่อนให้เพียงพอด้วย

ของอำนวยความสะดวก ถ้าสะดวกก็ควรมีไว้
  • 1-1. หลังกลับจากข้างนอกขอให้ล้างมือและกลั้วคอให้สะอาด ตอนล้างมือให้ใช้สบู่ถูตามง่ามนิ้ว ปลายนิ้ว เล็บ ฝ่ามือ และข้อมือให้สะอาด ก่อนกินอาหารอย่าลืมล้างมือให้สะอาดทุกครั้งด้วย
  • 1-2. ไวรัสจะติดต่อกันได้ทางเยื่อมูกต่างๆ ฉะนั้นพยายามอย่านำมือไปสัมผัสกับจมูก ปาก หรือดวงตา
  • 1-3. หากไม่มีความจำเป็น พยายามหลีกเลี่ยงการเข้าที่ชุมนุมชน
  • 1-4. พยายามดูแลสุขภาพโดยการรับประทานอาหารที่มีประโยชน์และพักผ่อนให้เพียงพอทุกวัน

นอกจากนี้ การสวมใส่หน้ากากจะช่วยเรื่องการแพร่เชื้อเมื่อต้องอยู่ในที่แคบและเบียด เช่น บนยานพาหนะที่คนแน่น หรือในห้องที่อากาศไม่ถ่ายเทและคนแน่น เป็นต้น แต่หากอยู่ภายนอกหรือที่ที่คนไม่แน่นมาก การใส่หน้ากากก็ไม่ค่อยมีประโยชน์เท่าไหร่นัก การสวมใส่หน้ากากจะช่วยในการป้องกันการแพร่เชื้อสู่คนรอบข้างผ่านการไอหรือจาม

PageTop

หากอาการป่วยเริ่มแย่ลง มีไข้ ปวดศีรษะ เจ็บคอ มีน้ำมูก จนคาดว่าจะเป็นอาการของไข้หวัดใหญ่ ขอให้โทรศัพท์ไปที่โรงพยาบาลที่ใกล้ที่สุด (แผนกอายุรกรรม) อธิบายอาการแล้วปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์โดยทันที ดังนั้นเพื่อความไม่ประมาทจึงควรรู้ชื่อโรงพยาบาลใกล้เคียง เบอร์โทรศัพท์ รวมถึงเวลาเปิดรักษาด้วย นอกจากนี้ กรณีที่เจ็บป่วยในวันหยุดหรือกลางดึกจะต้องติดต่อไปรพ.ไหน หรือติดต่อไปที่ใครก็ควรหาข้อมูลเหล่านี้ไว้ด้วย

ในตอนนี้มี 「ไข้หวัดสายพันธุ์ใหม่」 ที่กำลังระบาดอยู่ทั่วโลก หากพบว่าตนมีอาการเหมือนไข้หวัดใหญ่ในปัจจุบันโดยอาจจะได้พบหรือสัมผัสกับคนรู้จักที่มีอาการของไข้หวัดใหญ่มาก่อนหลายวัน ขอให้โทรศัพท์ไปยังศูนย์รับปรึกษาไข้หวัดใหญ่ซึ่งจะตั้งอยู่ในแต่ละพื้นที่เพื่อขอรับคำปรึกษาวินิจฉัยโดยเร็ว

หากมีอาการไอหรือจาม ให้พยายามหลีกเลี่ยงการออกไปข้างนอกถ้าไม่จำเป็นเร่งด่วน หรือหากต้องออกไปก็ให้สวมใส่หน้ากากเพื่อป้องกันการแพร่เชื้อให้คนอื่นทุกครั้ง

PageTop

<< Back  |  Index Page  |  Next >>

แนะนำทุนการศึกษา