หมวดแผ่นดินไหว - 4. 「โทรศัพท์จะยังใช้ได้ในยามเกิดภัยพิบัติหรือไม่?」 | คู่มือการจัดการภาวะวิกฤติสำหรับชาวต่างชาติ | JPSS เว็บไซต์ข้อมูลการศึกษาต่อ

> > > > 「โทรศัพท์จะยังใช้ได้ในยามเกิดภัยพิบัติหรือไม่?」

คู่มือการจัดการภาวะวิกฤติสำหรับชาวต่างชาติ

ธุรกิจเป้าหมาย「สนับสนุนกิจการที่ช่วยเหลือชาวต่างชาติซึ่งพำนักในเมืองโตเกียว」


มหาวิทยาลัย

Fukui University of Technology
Rikkyo University
Kansai University
Showa Women's University
Tokyo International University
Meiji Gakuin University
Temple University, Japan Campus
Teikyo University
Daito Bunka University
Osaka University
Hokkaido University
Musashino Art University
Osaka University of Tourism
Kobe Gakuin University
Kanagawa University
Yokohama National University
Sophia University
Tokyo University of Social Welfare
Chuo University

บัณฑิตวิทยาลัย

Tokyo City University
Okinawa Institute of Science and Technology Graduate University (OIST)
Rikkyo University
Sophia University
Meiji University
Kansai University
International University of Japan
Hosei University

「โทรศัพท์จะยังใช้ได้ในยามเกิดภัยพิบัติหรือไม่?」

หากตนเองต้องประสบกับภัยพิบัติ ย่อมอยากแจ้งข่าวสารสถานการณ์ให้ครอบครัวหรือคนรู้จักทราบโดยเร็ว หรือในทางกลับกัน หากครอบครัวหรือคนรู้จักอยู่ในพื้นที่ที่ประสบกับภัยพิบัติเราก็ย่อมอยากรู้สถานการณ์ความปลอดภัยของพวกเขาโดยเร็วเช่นกัน และในสถานการณ์ของภัยพิบัติ ไม่ว่าใครต่างก็จะพยายามโทรเข้าโทรออกเพื่อติดต่อกับคนในและนอกพื้นที่ภัยพิบัติทั้งสิ้น ซึ่งนั่นจะทำให้สัญญาณหรือชุมสายโทรศัพท์เกิดการติดขัดเป็นอย่างมากจนบางครั้งการติดต่อกันทางโทรศัพท์ก็ทำได้ยาก และยิ่งติดต่อไม่ได้ คนส่วนมากก็จะยิ่งกระหน่ำโทรซ้ำๆหลายครั้ง ทำให้คู่สายไม่เพียงพอกับการใช้งานและติดต่อยากยิ่งขึ้นเท่านั้น การส่งเมล์ด้วยโทรศัพท์มือถือก็เช่นเดียวกัน แม้ระบบการติดต่อสื่อสารจะต่างกับการโทร แต่หากมีการส่งเมล์หากันเป็นจำนวนมากก็ย่อมทำให้ระบบล่มและไม่สามารถส่งเมล์ได้เช่นกัน

ถ้าเช่นนั้นแล้ว มีวิธีการติดต่อสื่อสารใดๆในยามเกิดภัยพิบัติได้อีกหรือไม่

บริษัทผู้ให้บริการโทรศัพท์มือถือแต่ละเจ้ามักจะมีการจำกัดการสื่อสารเพื่อไม่ให้เกิดการล่มทั้งระบบเมื่อมีการใช้สายเป็นจำนวนมาก เช่นตอนที่เกิดเหตุแผ่นดินไหวรุนแรงที่นีงาตะจูเอทซึเมื่อเดือนกรกฎาคมปีที่แล้วนั้น ระบบการติดต่อสื่อสารของบริษัท NTTdocomo และau ก็มีการจำกัดการใช้สายที่ 80~90% นั่นหมายความว่าถ้าต่อสายโทรศัพท์ก็จะพบความสำเร็จในการต่อสาย 1/10~1/5 และนอกจากนี้ ในกรณีที่เกิดไฟดับหรือสถานีจ่ายไฟประจำภูมิภาคเกิดการล่ม การบริการก็ยังจะต้องหยุดชะงักไปด้วยเช่นกัน

แต่ทั้งนี้ สถานีจ่ายไฟประจำภูมิภาคก็จะมีการเตรียมรถจ่ายไฟฉุกเฉินร่วมกับแต่ละบริษัทเพื่อให้สามารถแก้ไขสถานการณ์ได้โดยเร็วด้วย และหากสถานีจ่ายไฟสามารถกลับมาดำเนินการได้การสื่อสารก็จะยังใช้ได้เช่นกัน

การใช้กระดานข้อความแจ้งเหตุภัยพิบัติ (Disaster Message Board)

บริษัทผู้ให้บริการมือถือแต่ละเจ้าได้จัดทำ 「กระดานข้อความแจ้งเหตุภัยพิบัติ」 ขึ้นสำหรับกรณีเกิดภัยพิบัติ ด้วยระบบนี้จะทำให้ผู้ใช้สามารถมาฝากข้อความหรืออ่านข้อความจากกระดานข้อความนี้ได้

ที่เมนูบนหน้าจอโทรศัพท์มือถือ จะมีเมนูของบริการ 「กระดานข้อความแจ้งเหตุภัยพิบัติ」 ใส่ไว้อยู่ (เช่น หน้าจอของบริษัท.NTTdocomo จะชื่อ iMenu และบริษัท au จะชื่อ EZweb)จากนั้นก็ให้เลือก 「กระดานข้อความแจ้งเหตุภัยพิบัติ」 เพื่อเข้าใช้บริการ

กรณีคนในพื้นที่ภัยพิบัติต้องการฝากข้อความไว้ :

  • 1-1. ให้พิมพ์เบอร์โทรศัพท์มือถือของตนเองลงไป
  • 1-2. จากนั้นให้พิมพ์ข้อความยาวไม่เกิน 100 ตัวอักษร

กรณีต้องการยืนยันข้อความโดยคนนอกพื้นที่ภัยพิบัติ:

  • 2-1. ก็ให้พิมพ์เบอร์โทรศัพท์ของคนในพื้นที่ภัยพิบัติที่เราต้องการเช็คสถานการณ์ความปลอดภัยลงไป
  • 2-2. จากนั้นข้อความก็จะถูกแสดงขึ้นมา

※และถึงจะเป็นโทรศัพท์มือถือคนละบริษัท ลิ้งค์ข้อความก็จะถูกแปะไว้ในบอร์ดข้อความของแต่ละบริษัททำให้สามารถเรียกขึ้นมาอ่านได้

การใช้บริการกระดานข้อความนี้ค่อนข้างเป็นประโยชน์ในกรณีที่โทรศัพท์มือถือยังใช้ได้ (ยังมีสัญลักษณ์แสดงขีดสัญญาณขึ้นที่หน้าจอ) แต่ต่อสายไม่ค่อยติด

ทว่าในการจะติดต่อสื่อสารกันด้วยกระดานข้อความ ควรจะต้องมีการแจ้งไว้ให้คนในครอบครัวหรือคนรู้จักทราบถึงขั้นตอนการติดต่อสื่อสารเช่นนี้ไว้ก่อนล่วงหน้าด้วย เช่น ควรทำการบอกถึงวิธีใช้กระดานข้อความแจ้งเหตุภัยพิบัติทางโทรศัพท์มือถือ หรือจะต้องติดต่อเข้าใช้บริการด้วยเบอร์ใด เป็นต้น

บริษัทผู้ให้บริการโทรศัพท์แต่ละเจ้ามีการดำเนินการของ 「บริการกระดานข้อความแจ้งเหตุภัยพิบัติ」 ไว้อยู่แล้ว ดังนั้นจึงควรใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุดด้วย

ระวังเรื่องแบตเตอรี่หมด!

เรื่องที่ต้องระวังของการใช้โทรศัพท์มือถือในช่วงเกิดเหตุภัยพิบัติอีกเรื่องก็คือแบตเตอรี่มือถือหมด จากการที่ต่อสายไม่ค่อยติดจึงจะทำให้คนยิ่งกดมือถือซ้ำๆมากขึ้น และแม้จะไม่มีสัญญาณแต่มือถือของเราก็จะยังคงใช้แบตเตอรี่ไปเรื่อยๆทำให้แบตเตอรี่ของเครื่องหมดได้โดยไม่รู้ตัว โดยเฉพาะแบตเตอรี่ที่มีอายุมากกว่า 1 ปีก็จะยิ่งหมดเร็วขึ้น ดังนั้นจึงควรใช้มือถือเท่าที่จำเป็น หากอยู่นอกพื้นที่บริการหรือไม่มีสัญญาณก็ควรปิดเครื่องเพื่อประหยัดแบตเตอรี่ให้อยู่ได้นานที่สุด

ตอนเกิดภัยพิบัติขึ้น ตามร้านมือถือต่างๆจะมีบริการให้ชาร์ตแบตได้โดยไม่มีค่าบริการ แต่เราเองก็ควรเตรียมชุดแบตเตอรี่สำรองเอาไว้ใช้งานในยามฉุกเฉินเองด้วย นอกจากนี้ก็ยังควรเตรียมแบตเตอรี่พลังงานแสงอาทิตย์หรือแบบปั่นไฟเองด้วยมือได้ก็จะยิ่งเป็นการดี

PageTop

สำหรับโทรศัพท์สาธารณะ ถ้าแผงวงจรหรือตัวเครื่องสื่อสารไม่มีอะไรเสียหายก็สามารถใช้งานได้แม้ไฟจะดับ ทว่า การโทรด้วยบัตรโทรศัพท์นั้น กระแสไฟจะถูกจ่ายเข้าเครื่องแยกต่างหากทำให้ไม่สามารถใช้ได้ตอนไฟดับ อย่างไรก็ดี ควรได้มีการเตรียมเหรียญไว้สำหรับโทรไว้จำนวนเพียงพอด้วย

NTT มีการติดตั้งโทรศัพท์สาธารณะและเปิดให้ใช้สำหรับกรณีการเกิดภัยพิบัติ

1. โทรศัพท์สาธารณะติดตั้งเป็นกรณีเฉพาะ

ในเขตซึ่งมีการออกกฏหมายเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติหรือเขตที่เกี่ยวข้องจะมีการติดตั้งโทรศัพท์สาธาณะที่ไม่คิดค่าบริการไว้

2. โทรศัพท์สาธารณะสำหรับการโทรกรณีพิเศษ

ในกรณีที่โทรศัพท์สาธารณะติดตั้งเป็นกรณีเฉพาะไม่สามารถรองรับการใช้งานได้เพียงพอ ก็จะมีการติดตั้งโทรศัพท์สาธารณะแบบเสียค่าบริการตามความจำเป็นด้วย

3. การเปิดใช้โทรศัพท์สาธารณะตามท้องถนน

กรณีที่โทรศัพท์สาธารณะตามท้องถนนอยู่ในสภาพใช้การไม่ได้เป็นเวลานาน เช่น เกิดไฟดับทำให้ใช้บัตรโทรศัพท์โทรไม่ได้ ในกรณีเช่นนี้สามารถเปิดใช้บริการแบบไม่เสียค่าบริการได้

เบอร์ในการติดต่อสำหรับกรณีภัยพิบัติคือ 「171」

NTT มีการกำหนดเบอร์ให้ใช้สื่อสารในช่วงเกิดภัยพิบัติ ซึ่งเป็นเบอร์ที่สามารถใช้ได้ทั้งโทรศัพท์ทั่วไป (แบบกด หรือแบบหมุน) และโทรศัพท์สาธารณะ หากเกิดภัยพิบัติขึ้นสามารถใช้โทรศัพท์สาธารณะสำหรับการโทรในกรณีพิเศษซึ่งจะติดตั้งไว้ในสถานที่อพยพ หรือจะโทรจากโทรศัพท์มือถือก็ได้ นอกจากนี้ยังมีบริการในการฝากข้อความหรือฟังข้อความเสียงก็ได้ด้วย

ขั้นตอนการใช้งานมีดังนี้

กดเบอร์ 「171」

กรณีจะทำการบันทึกข้อความเสียง:

  • 1-1. กด「1」 หลังจบเสียงแนะนำรายการ
  • 1-2. กดเบอร์โทรศัพท์ของตนเอง (หลังกดรหัสพื้นที่) หลังจบเสียงแนะนำรายการ และทำการบันทึกเสียงภายใน 30 วินาที

กรณีจะฟังข้อความที่บันทึก:

  • 2-1. กด 「2」 หลังจบเสียงแนะนำรายการ
  • 2-2. กดเบอร์โทรศัพท์ของอีกฝ่าย (หลังกดรหัสพื้นที่) หลังจบเสียงแนะนำรายการ จากนั้นก็ฟังข้อความที่บันทึกไว้

ในการติดต่อสื่อสารกันผ่านเบอร์นี้จำเป็นต้องแจ้งถึงขั้นตอนการโทรหรือใช้งานให้ครอบครัวหรือคนรู้จักทราบร่วมกันด้วย โดยปกติข้อความที่บันทึกจะอยู่ได้ 48 ชั่วโมง

แต่การโทรกรณีภัยพิบัติเช่นนี้ไม่สามารถโทรจากต่างประเทศมาได้ กรณีที่อยากติดต่อออกนอกประเทศขอให้แจ้งไปที่คนรู้จัก เจ้าหน้าที่ธุรการ หรือทางโรงเรียนซึ่งอยู่ในประเทศญี่ปุ่นเพื่อให้ช่วยติดต่อออกนอกประเทศให้

บริการ「web171」ซึ่งใช้ผ่านอินเตอร์เน็ตสามารถเช็คมาจากต่างประเทศได้ โดยมีเสียงแนะนำรายการเป็นภาษาอังกฤษ ภาษาจีน (จีนกลาง) เกาหลี แต่หากเจ้าตัวหรือครอบครัวที่อยู่ในต่างประเทศไม่มีปัญหาเรื่องการใช้งานจากหน้าจอก็สามารถใช้งานได้เลย รายละเอียดสามารถดูเพิ่มเติมได้จากเวบไซต์ด้านล่างนี้

ตอนเกิดภัยพิบัติขึ้น ให้ทดลองใช้โทรศัพท์ อีเมล์ หรืออินเตอร์เน็ตที่อยู่รอบตัวดูว่ามีอะไรใช้ได้บ้างและให้ใช้สิ่งนั้นเพื่อติดต่อ สิ่งสำคัญคือต้องรู้ว่ามีช่องทางการติดต่อ (หรือบริการ) แบบใดบ้างที่ยังสามารถใช้ได้ในขณะนั้น จากนั้นลองติดต่อไปยังครอบครัวหรือคนรู้จักด้วยวิธีการสื่อสารในช่วงภัยพิบัตินั้น แต่อย่างไรก็ตาม เคยมีบางกรณีที่ฝากข้อความผ่านกระดานข้อความสำหรับภัยพิบัติไว้แต่ไม่มีใครเช็คข้อความเกิน 48 ชั่วโมงจนข้อความหายไปก็มี

การติดต่อไปยังต่างประเทศโดยตรงจะทำได้ค่อนข้างยากในช่วงเวลาดังกล่าว ดังนั้นถ้าเป็นไปได้ขอให้พยายามติดต่อผ่านช่องทางติดต่อไปยังพื้นที่อื่นๆในประเทศดูก่อน

PageTop

<< Back  |  Index Page  |  Next >>

【ค้นหาสถานศึกษาจากจังหวัดทั้งหมดในประเทศญี่ปุ่น】

[เลือกสถานศึกษาที่อยู่ในเขต ฮอกไกโด・โทโฮคุ]

| ฮอกไกโด | อาโอโมริ | อิวาเตะ | มิยากิ | อาคิตะ | ยามากาตะ | ฟุกุชิมา |

[เลือกสถานศึกษาที่อยู่ในเขต คันโต・โคชิเนทสึ]

| อิบารากิ | โทชิกิ | กุนมะ | ไซตามะ | ชิบะ | โตเกียว | คานากาวา | ยามานาชิ |
| นากาโนะ
| นิอิกาตะ |

[เลือกสถานศึกษาที่อยู่ในเขต โตไก・โฮคุริคุ]

| กิฟุ | ชิซุโอกะ | ไอจิ | มิเอะ | โทยามา | อิชิคาวา | ฟุคุอิ |

[เลือกสถานศึกษาที่อยู่ในเขต คิงกิ]

| ชิกะ | เกียวโต | โอซากา | เฮียวโกะ | นารา | วาคายามา |

[เลือกสถานศึกษาที่อยู่ในเขต ชูโกกุ・ชิโกกุ]

| ทตโตริ | ชิมาเนะ | โอคายามา | ฮิโรชิมา | ยามากุจิ | โทคุชิมา | คากาวา |
| เอฮิมา
| โคจิ |

[เลือกสถานศึกษาที่อยู่ในเขต คิวชู・โอกินาวา]

| ฟุกุโอกะ | ซากะ | นางาซากิ | คุมาโมโตะ | โออิตะ | มิยาซากิ |
| คาโกะชิมา
| โอกินาวา |

【เลือกสถานศึกษาจากสาขาวิชา】

[ค้นหาสถานศึกษาที่จะศึกษาในสาขาวิชาสายศิลปศาสตร์]

| อักษรศาสตร์ | ภาษาศาสตร์ | นิติศาสตร์ | เศรษฐศาสตร์・บริหาร・พาณิชยกรรมศาสตร์ | สังคมศาสตร์ |
| ความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ
|

[ค้นหาสถานศึกษาที่จะศึกษาในสาขาวิชาสายวิทยาศาสตร์]

| พยาบาล・สาธารณสุขศาสตร์ | แพทยศาสตร์・ทันตแพทยศาสตร์ | เภสัชศาสตร์ | วิทยาศาสตร์ |
| วิศวกรรมศาสตร์
| เกษตรศาสตร์・การประมง |

[ค้นหาสถานศึกษาที่จะศึกษาในสาขาวิชาสายมนุษยศาสตร์และวิทยาศาสตร์]

| ครุศาสตร์・ศึกษาศาสตร์ | วิทยาศาสตร์ชีวภาพ | ศิลปกรรม | วิทยาศาสตร์บูรณาการ |

【เลือกภาษา】

| 日本語 | English | 中文(简体字) | 中文(繁體字) | 한국어 | Tiếng Việt | Bahasa Indonesia |

ผู้ดูแลเว็บไซต์
เว็บไซต์นี้เป็นเวบที่ดูแลร่วมกันของThe Asian Students Cultural Association&Benesse Corporation
แผนกสนับสนุนการศึกษานานาชาติ The Asian Students Cultural Association 2-12-13 Hon-Komagome,Bunkyo-Ku, Tokyo 〒113-8462

Copyright(C) 1999-2016 The Asian Students Cultural Association & Benesse Corporation. All Right Reserved.

ติดต่อสอบถาม