หมวดอุบัติเหตุ และเหตุร้ายต่างๆ - 10. 「ญี่ปุ่นเป็นประเทศที่ปลอดภัยหรือไม่?」 | คู่มือการจัดการภาวะวิกฤติสำหรับชาวต่างชาติ | JPSS เว็บไซต์ข้อมูลการศึกษาต่อ

หมวดอุบัติเหตุ และเหตุร้ายต่างๆ - 10. 「ญี่ปุ่นเป็นประเทศที่ปลอดภัยหรือไม่?」...

facebooktwitter

> > > > 「ญี่ปุ่นเป็นประเทศที่ปลอดภัยหรือไม่?」

คู่มือการจัดการภาวะวิกฤติสำหรับชาวต่างชาติ


มหาวิทยาลัย

Yokohama National University
Daito Bunka University
Hosei University
Tokyo International University
Kansai University
Rikkyo University
Kobe Gakuin University
Sophia University
Osaka University
Fukui University of Technology
Teikyo University
Temple University, Japan Campus
Chuo University
Meiji Gakuin University

บัณฑิตวิทยาลัย

Hosei University
Sophia University
Meiji University
Rikkyo University
Kansai University
Okinawa Institute of Science and Technology Graduate University (OIST)
Tokyo City University
Niigata University of Health and Welfare

「ญี่ปุ่นเป็นประเทศที่ปลอดภัยหรือไม่?」

ไม่ว่าจะเป็นพื้นที่ที่ปลอดภัยมากแค่ไหนก็ตามก็ยังมีเรื่องที่จะต้องระมัดระวัง เช่น ไม่เดินคนเดียวตามถนนมืดๆ ไม่ไปเที่ยวจนดึกดื่น ไม่นำไซริวการ์ด โทรศัพท์มือถือหรือของที่มีข้อมูลส่วนบุคคลวางไว้ห่างจากตัว ไม่เข้าเว็บไซต์ที่ไม่น่าเชื่อถือ ซึ่งอาจทำให้เกิดปัญหาขึ้นได้ ควรใช้ชีวิตอย่างระมัดระวังในทุกๆวัน

อาชญากรรมไม่ได้มีเพียงแค่เรื่องราวใหญ่โตที่ออกข่าวทางนสพ.หรือโทรทัศน์เท่านั้น แต่ที่อยู่รอบๆตัวเรามักจะยังเป็นปัญหาขนาดเล็ก เช่นนั้นแล้วมีอาชญากรรมแบบไหนและเราจะระมัดระวังอย่างไรกันได้บ้าง

1. การฉกชิงวิ่งราว

เช่นการเอาของใส่ตะกร้าหน้าจักรยานแล้วมีมอเตอร์ไซค์วิ่งมาจากด้านหลังมาฉวยเอาสิ่งของในตะกร้าไป นอกจากนี้ยังมีกรณีที่มัวแต่เดินคุยมือถือเพลินจนโดนฉวยเอากระเป๋าที่ต้องถือด้วยมือข้างเดียวไป ซึ่งหากไม่ต้องการประสบกับ 「การฉกชิงวิ่งราว」 เหล่านี้ จะต้องระมัดระวังดังนี้

  • - อย่าสะพายกระเป๋าออกทางฝั่งถนน
  • - สะพายกระเป๋าพาดตัว (=คล้องกระเป๋าไว้ที่ไหล่แล้วพาดมาด้านข้างฝั่งตรงข้าม)
  • - มีตาข่ายคลุมหากเอาของใส่ในตะกร้าหน้ารถจักรยาน
  • - ไม่เดินไปคุยโทรศัพท์มือถือไป
2. การขโมย

การถูกขโมยกระเป๋าหรือกระเป๋าสตางค์ หรือถูกขโมยรถยนต์ที่จอดทิ้งไว้ ถือเป็นปัญหาใกล้ตัวเรามาก แต่หากได้ลองถูกขโมยครั้งหนึ่งแล้วก็ย่อมไม่มีครั้งที่สองตามมา เราควรใส่ใจกับของที่จะนำติดตัวไปนอกบ้านให้มากเพื่อไม่ให้ต้องตกเป็นเหยื่อ และหากเป็นไปได้ พยายามอย่าวางของทิ้งไว้ห่างตัวเรา

  • - พยายามไม่นำของมีค่าติดตัวออกมาข้างนอก เงินติดตัวก็นำมาเท่าที่จำเป็นต้องใช้
  • - ไม่ว่าจะเป็นพื้นที่ที่ปลอดภัยมากแค่ไหนก็ตามก็ยังมีเรื่องที่จะต้องระมัดระวัง เช่น ไม่เดินคนเดียวตามถนนมืดๆ ไม่ไปเที่ยวจนดึกดื่น ไม่นำไซริวการ์ด โทรศัพท์มือถือหรือของที่มีข้อมูลส่วนบุคคลวางไว้ห่างจากตัว ไม่เข้าเว็บไซต์ที่ไม่น่าเชื่อถือ ซึ่งอาจทำให้เกิดปัญหาขึ้นได้ ควรใช้ชีวิตอย่างระมัดระวังในทุกๆวัน
  • - ขอให้นำจักรยานไปลงทะเบียนป้องกันการโจรกรรมกับตำรวจด้วย
  • - จักรยานควรล็อกสองชั้นทั้งแม่กุญแจและโซ่คล้องพร้อมกุญแจ
  • - และในทางกลับกันก็ห้ามนำจักรยาน เครื่องใช้ไฟฟ้า หรือเครื่องเรือนที่วางอยู่บริเวณที่ทิ้งขยะหรือบนหนทางกลับมาบ้านโดยพลการโดยเด็ดขาด
3. การย่องเบา

ก่อนจะออกข้างนอกเรามักจะล็อกประตูและหน้าต่างอยู่แล้วเป็นปกติ แต่เพียงแค่ตัวล็อกของทางอพาร์ทเมนต์หรือการล็อกด้วยกุญแจเพียงอย่างเดียวอาจไม่เพียงพอ หน้าต่างก็ควรจะต้องหากุญแจมาล็อกเพิ่ม หรือหากกุญแจของทางอพาร์ทเม้นต์ไม่ค่อยแข็งแรงเราอาจร้องขอให้คนดูแลช่วยเปลี่ยนให้ก็ได้ นอกจากนี้ยังต้องระมัดระวังเรื่องดังนี้

  • - หากต้องออกจากห้องไปใกล้ เช่น ออกไปทิ้งขยะข้างนอก ก็ต้องล็อกกุญแจให้ดีทุกครั้ง
  • - หากมีไปรษณีย์หรือหนังสือพิมพ์ที่สามารถส่งผ่านประตูหรือใส่กล่องไปรษณีย์ได้มาส่ง ให้สอดส่องให้ดีและพยายามรับของจากในห้อง อย่าให้เขาเอามือเข้ามาในห้องได้ และต้องมีการใส่ตัวปิดกั้น (cover) จากด้านในให้หนาแน่นอยู่เสมอด้วย
  • - ไม่ทิ้งจดหมายต่างๆไว้ในกล่องไปรษณีย์ เพราะจะทำให้คิดได้ว่าเจ้าของห้องไม่ค่อยอยู่และจะทำให้เกิดกรณีย่องเบาเข้าห้องได้ง่าย
  • - อย่าวางของมีค่าไว้ในห้องตรงตำแหน่งที่เห็นได้ง่าย พวกเงินเก็บต่างๆพยายามฝากเข้าเก็บไว้ในธนาคาร
4. การหลอกลวงให้โอนเงินทางโทรศัพท์

สมัยนี้มีการโทรเข้ามาหลอกลวงโดยมักอ้างว่าเป็นตำรวจ ทนาย เจ้าหน้าที่รัฐ หรือพนักงานธนาคารแล้วสั่งให้เหยื่อไปโอนเงินให้ ที่ญี่ปุ่นนั้น หน่วยงานสาธารณะไม่สามารถโทรเข้ามาให้ประชาชนไปโอนเงินให้โดยตรงได้ หากมีโทรศัพท์เข้ามาพูดเรื่องเงินโดยเราไม่ทราบที่มาที่ไป ก่อนอื่นให้ถามไปว่า 「นี่โทรศัพท์หลอกลวงล่ะสิ?」 จากนั้นก็ให้เงียบไม่ต้องตอบโต้อะไรอีก

  • - และหากฝ่ายที่โทรมาแล้วเราไม่รู้จักจะอ้างว่าเป็นตำรวจหรือเจ้าหน้าที่รัฐก็ตาม ถึงอย่างไรก็ห้ามบอกชื่อ ชื่อคนในครอบครัว ที่อยู่ หรือเลขที่บัตรเครดิตโดยเด็ดขาด
  • - กรณีที่พูดภาษาญี่ปุ่นไม่ได้หรือฟังไม่เข้าใจ ขอให้อย่าบอกข้อมูลอะไรไปเด็ดขาด บอกไปอย่างเดียวว่า 「ไม่เข้าใจที่พูด」
  • - กรณีที่ไม่รู้ว่าควรจะตัดสินใจทำอย่างไร ให้ตอบไปครั้งเดียวว่า 「ขอเช็คดูก่อน」 แล้ววางสายทันที

PageTop

ในปัจจุบัน ขั้นตอนการส่งผ่านข้อมูลที่ใกล้ตัวเราที่สุดคือการใช้อินเตอร์เน็ต แต่เราก็จะไม่อาจทราบข้อมูลทั้งหมดของฝ่ายตรงข้ามที่รับข้อมูลของเราได้ ทำให้เพียงคลิ๊กเดียวก็อาจพาเราเข้าไปพัวพันปัญหาได้ ยิ่งโดยเฉพาะธุกรรมที่เกี่ยวข้องกับเงินทอง เช่น การทำสัญญาออนไลน์ การประมูลทางเน็ต หรือการเล่นเกมส์ออนไลน์ ยิ่งต้องระมัดระวังให้มาก

1. การเรียกเก็บเงินทั้งที่เราไม่เคยใช้จริง (ใบแจ้งหนี้เท็จ)

หากจำไม่ได้ว่าตนเองเคยได้ใช้บริการหรือเวบไซต์เสียเงินหรือไม่ ให้เมินเฉยต่อการเรียกเงินนั้นไปก่อน อย่าถามอะไรไปกับฝ่ายตรงข้ามเด็ดขาด เพราะหากถามอะไรไปก็เท่ากับบอกข้อมูลส่วนบุคคลให้เขารู้ หากยังติดต่อมาบ่อยๆให้ลองปรึกษาเจ้าหน้าที่ตำรวจหรือศูนย์คุ้มครองผู้บริโภค

2. มักถูกชี้ชวนทางเมล์โดยอ้างเป็นองค์กรสาธารณะ ธนาคาร บริษัท เพื่อให้ใส่ ID, พาสเวิร์ด, หมายเลขบัตรเครดิต เป็นต้น (phishing fraud)

ก่อนที่จะกรอกข้อมูลส่วนบุคคลลงไป ต้องตรวจสอบ URL หรือ Title ของโฮมเพจนั้นๆให้แน่ใจเสียก่อน หากรู้สึกว่าไม่ชอบมาพากลให้ปิดเบราเซอร์นั้นแล้วเข้าโฮมเพจของหน่วยงานที่ต้องการใหม่ตั้งแต่แรกอีกที หรืออาจโทรศัพท์ไปถามกับทางหน่วยงานนั้นๆโดยตรงให้แน่ใจก่อน

3. ชนะประมูลของในเน็ตและโอนเงินไปแล้ว แต่ไม่มีของส่งมา

ก่อนทำการประมูลขอให้ทำการตรวจสอบเรื่องที่ต้องระวังก่อนว่าเวบไซต์ของบริษัทนั้นๆเคยมีกรณีหลอกลวงหรือไม่ รวมถึงนโยบายการคืนสินค้าเพื่อหลีกเลี่ยงการถูกหลอกลวงด้วย นอกจากนี้ ก็ควรพยายามหลีกเลี่ยงการซื้อสินค้าที่มีราคาสูงด้วย หากตกเป็นผู้เสียหายก็อย่าเพิ่งยอมแพ้ ขอให้ลองทำดังต่อไปนี้

  • - พยายามเก็บข้อมูลที่เกี่ยวกับการติดต่อซื้อขายให้ได้มากที่สุด เช่น ชื่อ ที่อยู่ บัญชีธนาคาร เมล์ติดต่อของอีกฝ่าย ชื่อ เมล์ที่ใช้ติดต่อแลกเปลี่ยนของ หรือรายละเอียดสินค้า เป็นต้น
  • - ให้อีกฝ่ายส่งพัสดุมาเป็นแบบลงทะเบียนที่ต้องมีผู้เซ็นรับก่อนทำการจ่ายเงิน พัสดุลงทะเบียนจะเป็นหลักฐานยืนยันให้กับอีกฝ่ายด้วยว่าเราต้องการที่จะรับของนี้อย่างแท้จริง
  • - แจ้งการเป็นผู้เสียหายต่อบริษัทที่ดำเนินการประมูลและส่งคำร้องเพื่อคืนเงิน
  • - แจ้งตำรวจ
  • - แจ้งธนาคารเรื่องที่ถูกหลอกลวงให้โอนเงิน เพราะธนาคารมีระบบ 「การเรียกคืน」 เงินที่โอนไป แต่ระบบนี้จำเป็นต้องได้รับการอนุมัติจากฝ่ายตรงข้ามด้วย ดังนั้นในกรณีของการหลอกลวงให้โอนเงิน การเรียกคืนก็จะทำได้ยากยิ่ง แต่ถึงอย่างไรก็ยังดีกว่าไม่ได้ทำอะไรเลย

หากตกเป็นผู้เสียหายไม่ว่าจากกรณีใด ขอให้รีบไปแจ้งตำรวจ ทนาย(ที่รับปรึกษาโดยไม่เสียค่าบริการ) หรือศูนย์ให้คำปรึกษาผู้บริโภคทันที โดยให้มีอาจารย์หรือเจ้าหน้าที่จากโรงเรียน หรือหัวหน้าที่ทำงานชาวญี่ปุ่นติดตามไปด้วย อย่าพยายามแก้ปัญหาเองลำพัง ให้ปรึกษากับผู้เชี่ยวชาญเพื่อแก้ปัญหาเหล่านี้

PageTop

<< Back  |  Index Page  |  Next >>

แนะนำทุนการศึกษา

ค้นหาสถานที่ศึกษาต่อ

เลือกประเภทของสถาบันการศึกษา

มหาวิทยาลัย
บัณฑิตวิทยาลัย
วิทยาลัยอาชีวศึกษา
วิทยาลัยระดับอนุปริญญา
สถาบันการศึกษาทั้งหมด
自分の適性を調べて、今後の進路を考えてみよう。軽いゲーム感覚で40の質問に答えてね。