หมวดอุบัติเหตุ และเหตุร้ายต่างๆ - 13. 「การขับขี่รถยนต์」 | คู่มือการจัดการภาวะวิกฤติสำหรับชาวต่างชาติ | JPSS เว็บไซต์ข้อมูลการศึกษาต่อ

หมวดอุบัติเหตุ และเหตุร้ายต่างๆ - 13. 「การขับขี่รถยนต์」 | คู่มือการจัดการภา...

facebooktwitter
หากผ่านการคัดเลือก มีโอกาสได้รับทุนการศึกษา

> > > > 「การขับขี่รถยนต์」

คู่มือการจัดการภาวะวิกฤติสำหรับชาวต่างชาติ


บัณฑิตวิทยาลัย

Meiji University
Niigata University of Health and Welfare
Rikkyo University
Sophia University
Hosei University
Kansai University
Tokyo City University
Okinawa Institute of Science and Technology Graduate University (OIST)

มหาวิทยาลัย

Kobe Gakuin University
Rikkyo University
Temple University, Japan Campus
Osaka University
Tokyo International University
Fukui University of Technology
Teikyo University
Daito Bunka University
Kansai University
Meiji Gakuin University
Yokohama National University
Hosei University
Sophia University
Chuo University

「การขับขี่รถยนต์」

กรณีที่ต้องการขับรถยนต์ในประเทศญี่ปุ่น จำเป็นต้องระมัดระวังเพิ่มมากขึ้นกว่าการขับขี่ในประเทศของตนเองเนื่องจากทั้งกฏหมายและรูปแบบของรถยนต์อาจมีความแตกต่างกับที่เคยขับขี่มาก หากเป็นไปได้อยากให้ใช้ยานพาหนะในระบบขนส่งมวลชนมากกว่า แต่หากมีความจำเป็นต้องขับรถยนต์จริงๆ ก็จำเป็นต้องศึกษากฏหมายจราจร ประเภทและคุณสมบัติของรถยนต์ที่จะขับ รวมถึงระบบประกันภัยรถยนต์ต่างๆในกรณีที่เกิดอุบัติเหตุด้วย จากนั้นจึงค่อยขับรถยนต์ด้วยความรอบรู้ที่ครบถ้วน

หากคนต่างชาติต้องการจะขับรถยนต์ใประเทศญี่ปุ่น จะมี 3 วิธีการดังต่อไปนี้

  • 1. สอบใบอนุญาตขับรถยนต์ของประเทศญี่ปุ่น
  • 2. เปลี่ยนใบอนุญาตขับรถยนต์จากของประเทศตนเองมาเป็นของประเทศญี่ปุ่น
  • 3. ใช้ใบอนุญาตขับขี่สากล
การสอบใบอนุญาตขับรถยนต์ของประเทศญี่ปุ่น

ต้องปฏิบัติคล้ายกับคนญี่ปุ่นคือจะต้องได้ใบอนุญาตขับรถผ่านโรงเรียนที่ไปเรียนขับรถ แต่สำหรับนักเรียนต่างชาติแล้วแทบจะไม่มีใครทำได้นักเพราะในการสอบจำเป็นต้องศึกษาคู่มือรวมถึงต้องเข้าร่วมหลักสูตรฝึกอบรมที่ต้องใช้ภาษาญี่ปุ่นระดับสูงนั่นเอง นอกจากนี้ในการเรียนยังต้องเข้าเรียนอย่างจริงจังและเสียค่าใช้จ่ายค่อนข้างสูงมาก แต่ในปัจจุบันก็ดูเหมือนว่ามีหลายที่ที่เปิดให้เรียนเป็นภาษาอังกฤษหรือภาษาอื่นๆด้วยเช่นกัน อย่างไรขอให้ลองสอบถามไปทางโรงเรียนที่สอนขับรถแต่ละแห่งดูว่าจะสามารถทำได้หรือไม่ได้อย่างไร

เปลี่ยนใบอนุญาตขับรถยนต์จากของประเทศตนเองมาเป็นของประเทศญี่ปุ่น

สามารถทำการขอเปลี่ยนได้ที่ศูนย์บริการใบอนุญาตขับรถยนต์โดยต้องทำการตรวจสอบเอกสารและทำการทดสอบด้วย ซึ่งวิธีนี้น่าจะเป็นวิธีที่นิยมใช้กันโดยทั่วไป

เกณฑ์หลักคือ

  • - เป็นผู้ที่มีอายุเกิน 18 ปี
  • - อยู่ในประเทศนั้นๆไม่น้อยกว่า 3 เดือนหลังได้ใบอนุญาตจากประเทศตนเองมาแล้ว
  • - สายตาทั้งสองข้างต้องมากกว่า 0.7 และข้างหนึ่งๆจะต้องมากกว่า 0.3 ขึ้นไป

เอกสารที่จำเป็น

  • - ใบอนุญาตขับรถยนต์ที่ยังไม่หมดอายุ
  • - ใบอนุญาตขับรถยนต์ที่แปลเป็นภาษาญี่ปุ่น
  • - Residence card
  • - หนังสือเดินทาง (เพื่อยืนยันว่าอยู่จะในประเทศนั้นๆไม่น้อยกว่า 3 เดือนหลังได้ใบอนุญาตมาแล้ว)
  • - รูปถ่าย
  • - ค่าธรรมเนียม

สถานที่ยื่นคำร้องขอเปลี่ยน (เข้าทดสอบ)
หากเป็นโตเกียว:สนามสอบใบอนุญาตขับรถยนต์ฟุจู, สนามสอบใบอนุญาตขับรถยนต์ซาเมสึ, สนามสอบใบอนุญาตขับรถยนต์โคโตะ
※ในเมืองหรือเขตอื่นๆสามารถตรวจสอบได้ที่สถานีตำรวจหรือศูนย์บริการใบอนุญาตขับขี่รถยนต์ของแต่ละพื้นที่

เนื้อหาในการทดสอบ
ตรวจความพร้อมร่างกาย เช่น วัดสายตาหรือทดสอบตาบอดสี และวัดความรู้เกี่ยวกับกฏจราจรของประเทศญี่ปุ่น หากผ่านก็จะทำการทดสอบความสามารถในการขับขี่อีกครั้ง

การใช้ใบอนุญาตขับขี่สากล

กรณีที่มีใบอนุญาตขับขี่สากลซึ่งเป็นรูปแบบที่กำหนดโดยประเทศสมาชิกซึ่งได้ลงนามในสัญญาเกี่ยวกับการขับขี่ยานพาหนะทางบกสากล (สัญญาเจนีวา) แล้ว ผู้ขับขี่สามารถใช้ใบอนุญาตขับขี่สากลนั้นในการขับขี่ได้

กรณีที่บุคคลหนึ่งได้อาศัยอยู่ในประเทศญี่ปุ่นแล้วและต้องการจะไปสอบใบอนุญาตขับขี่สากลที่นอกประเทศญี่ปุ่น ผู้นั้นจะต้องไปอาศัยอยู่นอกประเทศญี่ปุ่นหลังได้ใบขับขี่สากลเป็นเวลามากกว่า 3 เดือนติดต่อกัน จึงจะสามารถนำใบขับขี่นั้นมาใช้ได้เมื่อกลับมายังประเทศญี่ปุ่นอีกครั้ง

PageTop

หากจะทำการขับรถยนต์จำเป็นจะต้องมี 「ประกันภัยรถยนต์ภาคบังคับ (ประกันภัยตามกฏหมายคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ)」 ซึ่งประกันภัยคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถจะช่วยจ่ายเงินชดเชยค่าเสียหายในกรณีที่เกิดอุบัติเหตุรถยนต์จนเป็นเหตุให้คู่กรณีได้รับบาดเจ็บหรือถึงแก่ความตาย

การทำประกันภัยภาคสมัครใจ

สำหรับประกันภัยรถยนต์ภาคบังคับนั้น ประกันจะจ่ายค่าชดเชยให้แก่คู่กรณี(คน)ที่ได้รับบาดเจ็บจากการเกิดอุบัติเหตุ กรณีที่บาดเจ็บจะจ่ายสูงสุด 1,200,000 เยน กรณีเสียชีวิตจ่ายสูงสุด 30,000,000 เยน สูญเสียอวัยวะทุพพลภาพตลอดชีวิตจ่ายสูงสุด 40,000,000 เยน แต่หากเกินกว่านี้ ผู้กระทำความเสียหายต้องเป็นผู้จ่ายชดใช้เอง

กรณีที่เกิดอุบัติเหตุแล้วทรัพย์สิน (รถของคู่กรณี อาคาร เสาสัญญาณข้างทาง แผงกั้นทาง เป็นต้น) เสียหาย ประกันภาคบังคับจะไม่ทำการจ่ายเงินค่าชดเชยให้แต่อย่างใด

ซึ่งหากมี 「ประกันภัยภาคสมัครใจ」 อยู่ ประกันภัยภาคสมัครใจก็จะจ่ายชดเชยครอบคลุมให้ในส่วนที่ภาคบังคับไม่ครอบคลุม ในกรณีที่เกิดอุบัติเหตุขึ้น ค่าชดเชยมักมีจำนวนมากกว่าที่เราคาดคิดไว้เสมอ เช่นหากคู่กรณีได้รับบาดเจ็บต้องหยุดงาน เราก็ต้องจ่ายค่าชดเชยรายได้ที่หยุด หรือหากรถหรืออาคารของคู่กรณีเสียหายจนทำให้เกิดผลกระทบในแง่การทำธุรกิจ เราก็ต้องจ่ายค่าชดเชยผลกระทบที่มีต่อธุรกิจนั้นด้วย ซึ่งแน่นอนว่านั่นก็จะเกินกว่าขอบเขตที่ประกันภาคบังคับจะครอบคลุมได้ถึง

ประกันภัยภาคสมัครใจแม้ไม่มีการบังคับให้ทำ แต่ถึงอย่างไรก็ไม่อยากให้คิดเสียดายเงินแล้วเลือกจะทำแต่ประกันภัยภาคบังคับแต่เพียงอย่างเดียวเท่านั้น แต่ขอให้ทำประกันภัยภาคสมัครใจไว้ด้วย

PageTop

แต่หากเกิดอุบัติเหตุทางรถยนต์ขึ้นมาก็ขอให้ปฏิบัติดังต่อไปนี้

1. ช่วยเหลือผู้ที่บาดเจ็บ
พยายามปฐมพยาบาลผู้บาดเจ็บเท่าที่จะทำได้ หากบาดเจ็บหนักจนไม่ได้สติ อย่าเคลื่อนย้ายผู้ป่วยไปไหน ให้เรียกรถพยาบาลทันที (โทร:เบอร์ 119)
2. ย้ายรถไปจอดในที่ปลอดภัย
ขอให้ทำการย้ายรถไปจอดในที่ปลอดภัยเพื่อป้องกันการเกิดอุบัติเหตุซ้อน
3. ติดต่อตำรวจ
ติดต่อหาตำรวจทันที (โทร:เบอร์110) หากไม่แจ้งตำรวจไว้จะไม่ได้ 「บันทึกหลักฐานการเกิดอุบัติเหตุทางรถยนต์」 ซึ่งจำเป็นต้องใช้ในการเรียกร้องการจ่ายเงินค่าชดเชยจากประกันภัย
4. ติดต่อไปยังบริษัทประกันภัย
ติดต่อไปยังบริษัทที่ตนเองได้ทำประกันไว้อยู่ ขั้นตอนการชดเชยให้แก่คู่กรณีให้กระทำผ่านบริษัทประกันภัย อย่าสัญญากับคู่กรณีว่า 「จะจ่ายค่ารักษา ค่าซ่อมให้」 โดยไม่ได้รับการยินยอมจากบริษัทประกันโดยเด็ดขาด เพราะเคยมีกรณีที่ในภายหลังไม่ได้รับเงินค่าประกันเช่นกัน โดยเฉพาะในกรณีที่ไม่เข้าใจภาษาญี่ปุ่นแล้วยังอยู่ในอาการตระหนกจนไม่รู้จะต้องทำอย่างไร ผู้ประสบเหตุอาจจะเอาแต่ตอบรับว่า 「ค่ะ/ครับ」 ไปเสียทุกเรื่อง แต่กรณีเช่นนี้ขอให้ตั้งสติให้ดี แล้วตอบคู่กรณีไปว่า 「ค่ารักษาพยาบาล ค่าซ่อมนั้นจะขอเช็คกับทางประกันภัยก่อน」 หรือ 「จะให้ตัวแทนจากบริษัทประกันติดต่อไป」 เพียงเท่านั้น จากนั้นให้จดชื่อ ที่ติดต่อ หมายเลขทะเบียนรถของคู่กรณีเอาไว้

หากไม่มีประกันภัยภาคสมัครใจ การจัดการทั้งหมดในกรณีที่เกิดอุบัติเหตุขึ้นจะตกอยู่กับตนเอง รวมถึงการกำหนดสัดส่วนความผิดหรือจำนวนเงินค่าเสียหายอาจตกอยู่กับคู่กรณีแต่เพียงฝ่ายเดียวได้ ดังนั้นในกรณีที่จะขับขี่รถยนต์จึงขอให้มีการทำประกันภัยภาคสมัครใจไว้ด้วย

PageTop

<< Back  |  Index Page  |  Next >>

แนะนำทุนการศึกษา

ค้นหาสถานที่ศึกษาต่อ

เลือกประเภทของสถาบันการศึกษา

มหาวิทยาลัย
บัณฑิตวิทยาลัย
วิทยาลัยอาชีวศึกษา
วิทยาลัยระดับอนุปริญญา
สถาบันการศึกษาทั้งหมด
自分の適性を調べて、今後の進路を考えてみよう。軽いゲーム感覚で40の質問に答えてね。